จรัล มโนเพ็ชร โฟล์คซองคำเมือง

จรัล มโนเพ็ชร เป็นศิลปินชาวไทย และนักแต่งเพลง, นักดนตรี, นักแสดง เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินเพลงคำเมือง ที่ไพเราะและการใช้ภาษาที่งดงาม รวมถึงได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย

เกิดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2494 เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ โดยพ่อของเขาเป็นข้าราชการที่ จังหวัดเชียงใหม่ และแม่ของเขา มีเชื้่อสายมาจากราชตระกูล ณ เชียงใหม่

โดยเขาเป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้อง 7 คน ซึ่งครอบครัวของเขานั้นเป็นชาวเชียงใหม่ แท้ๆและใช้ชีวิตอย่างครอบครัวทั่วไป มีชีวิตที่เรียบง่ายตามวิถีชาวเหนือทั่วไป

แม้ว่าครอบครัว มโนเพ็ชร จะเป็นครอบครัวใหญ่ซึ่งก็เป็นที่รู้จักแก่ชาวเมืองทั่วไป โดยพ่อและแม่ของเขามักชอบ การทำบุญ เข้าวัด และช่วยเหลืองานบุญตามวัดอยู่เสมอ

เขา ชื่นชอบด้านการร้องเพลงโดยเฉพาาะเพลง คำเมืองโบราณ ซึ่งระหว่างที่เขาศึกษานั้นเขาเองยังทำงานพิเศษตามร้านอาหาร โรงแรมและคลับบาร์ใน จังหวัดเชียงใหม่

ในสมัยปี พ.ศ. 2520 ได้มีเพลงฝรั่ง ดนตรีจากต่างประเทศ เข้ามามีอิทธิพลและเผยแพร่ในประเทศไทยมากมาย แต่ทางเขาเองไม่ค่อยชื่นชอบดนตรีแนวนี้ เหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป

ต่อมามีเพลงโฟร์คซองคำเมืองเข้ามา โดยเพลงอุ๊ยคำ เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนั้น ด้วยดนตรีและจังหวัดที่ลงตัวทำให้เขารู้สึกสนใจในดนตรีแบบโฟร์คซอง

โดยเขาได้แรงบันดาลใจจากศิลปินชาวต่างชาติชื่อดังในสมัยนั้น เช่น บ็อบ ดีแลน, จอห์น เดนเวอร์, นิตตี้ กริทที้ เดิร์ท แบนด์ เป็นต้น

ซึ่งเขาได้ศึกษาและแต่งเนื้อเพลงโดยการผสมผสานภาษาคำเมืองและดนตรีโฟร์คซองให้เป็นร่วมสมัยมากขึ้น

จรัล มโนเพ็ชร

จรัล มโนเพ็ชร

ด้วยเนื้อหาของเพลงที่เป็นคำเมืองโบราณของล้านนาแท้ๆ ผสมผสานกับจังหวะดนตรีตะวันตก

ทำให้เพลงของเขานั้นเป็นเพลงฮิตที่ดังติดหู ของผู้ฟังหลายๆคนในตอนนั้น และ บางเพลงยังเป็นเพลงที่ยังมีการนำมาร้องใหม่ ของศิลปินในยุคปัจจุบันจนกลายเป็นเพลงอมตะจนถึงทุกวันนี้

แม้ว่าดนตรีจะออกแนวสมัยใหม่ ทว่าเนื้อเพลงและจังหวะเพลงยังคงแฝงด้วยวิถีล้านนาอย่างชัดเจน

แม้ว่าเพลงที่มีความเป็นสากลแต่เนื้อเพลงไม่เคยละทิ้งบทเพลงล้านนาพื้นบ้านเลย

เพลงที่เขาแต่งและร้องนั้นมีจำนวนมากมาย และมีหลายๆเพลงที่ยังคงมีผู้จดจำได้จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เพลงล่องแม่ปิง, รางวัลแด่คนช่างฝัน, จากยอดดอย, น้อยใจยา,

เสียงซึงที่สันทราย, สาวเชียงใหม่, พี่สาวครับ  และเพลงอีกมากมายที่เขาแต่งขึ้น ซึ่งบางเพลงจะร้องโดย สุนทรี เวชานนท์ ร่วมร้องด้วย

นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2537 เขายังได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในฐานะ บุคคลดีเด่นทางด้านการใช้ภาษา